...
 
User : Pass :
  เรื่องเล่าชาวจันท์ ( เล่าเรื่องโดย เด็กจันท์ )     
 

คำต่อคำ “บรรหาร” พบ “จำลอง-สนธิ” - เจอถามกลับหน้าหงาย

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 กันยายน 2556 18:13 น.
คำต่อคำ "บรรหาร” เข้าพบ"สนธิ-จำลอง” หารือแนวทางปฏิรูปฯ ก่อนเจอสวน รัฐบาลเป็นตัวสร้างปัญหา พร้อมถามกลับ จะให้ นช.ทักษิณมาติดคุกหรือไม่ ทำไม ขรก.บินไปขอตำแหน่งจากนักโทษ การเมืองแบบนี้ยังเอาด้วยหรือไม่ ชี้ "ยิ่งลักษณ์” แค่หุ่นเชิดพี่ชาย ตั้งสภาปฏิรูปเป็นแค่เกม "เติ้ง” เป็นแค่เครื่องมือ เจ้าตัวอึกอัก หน้าม้านกลับ


เมื่อเวลาประมาณ 10.50 น. วันที่ 11 ก.ย. 56 นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะที่ได้รับมอบหมายจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีให้เป็นผู้ไปเชิญตัวแทนฝ่ายต่างๆ เข้าร่วมเวทีปฏิรูปการเมืองตามแนวทางของรัฐบาล พร้อมด้วยนายสวัสดิ์ หอรุ่งเรือง นักธุรกิจอุตสาหกรรมและอสังหาริมทรัพย์ อดีตกรรมการบริหารพรรคชาติไทย นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล และนายนิกร จำนง อดีตรองหัวหน้าพรรคชาติไทย ได้เดินทางมาพบนายสนธิ ลิ้มทองกุล และ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่บ้านพระอาทิตย์ เพื่อหารือถึงแนวทางการปฏิรูปการเมืองและเชิญเข้าร่วมเวทีของรัฐบาล โดยใช้เวลาในการพูดคุยประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ

"ASTVผู้จัดการออนไลน์” ถอดทุกคำพูดของการหารือดังกล่าวมานำเสนอ

บรรหาร– ท่านสนธิไม่เปลี่ยนแปลง ท่านจำลองก็ไม่เปลี่ยน ยังหนุ่มเหมือนเดิม มาวันนี้ด้วยความคิดถึง

จำลอง– ขอบคุณมากครับ 33 ปี

บรรหาร- ใช่ ตั้งแต่ปี 23 ท่านเป็นเลขาฯ นายกฯ ป๋าเปรม

สนธิ- พี่หวัด พี่บรรหาร ด้วยความเคารพนะ พี่ต้องไม่โกรธนะ

บรรหาร- ไม่โกรธ

สนธิ- วันนี้พี่มาพบได้เพราะพี่หวัด (สวัสดิ์ หอรุ่งเรือง) นะ ผมนี่ไม่ยอมเจอใครทั้งสิ้น พี่บรรหารเป็นคนที่ 2 ต่อจากพี่หนั่น (พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์) เพราะพี่หนั่น ความที่รักกันมาเยอะแล้ว ผมไม่เจอใครเลย เพราะพี่หวัดคนเดียวจริงๆ ผมไม่รู้พี่บรรหารคบพี่หวัดยังไง แต่พี่หวัดเป็นคนที่ดีมาก

บรรหาร– ที่กล้าก็เพราะเห็นว่า สวัสดิ์เนี่ย เชิญไปทานข้าวกับท่านสนธิ ในห้อง แล้วก็มาทานที่นี่ด้วย ถึงได้กล้า เลยให้คุณหวัดติดต่อท่านสนธิอีกที คือท่านสนธิ ผมไม่อยากมองข้ามท่านไป ท่านเป็นบุคคลสำคัญ เข้าใจรึยังล่ะ ไม่อยากมองข้าม

จำลอง- ผมต้องขอบคุณ ที่คุณสมศักดิ์ติดต่อไป ว่าพี่บรรหารจะพบผม ผมบอกไปว่า ท่านอายุมากกว่าผมนะ อาวุโสมากกว่าผมนะ มันคงจะไม่เหมาะมั้ง แล้วก็เวลาท่านไม่ค่อยมีด้วย โทรศัพท์ดีกว่ามั้ง คุณสมศักดิ์บอก ไม่ได้ ท่านต้องการพบ เผอิญผมทราบทีหลังว่าจะพบกับคุณสนธิอยู่แล้ว และผมเดาว่าคงเรื่องเดียวกัน ผมก็เลยบอกว่า เพื่อประหยัดเวลาของท่าน ผมว่าพบกันพร้อมๆ กันเลยดีกว่า

สนธิ- พี่บรรหาร วันนี้เราจะเปิดใจคุยกันนะฮะ

บรรหาร- ในฐานะเป็นเพื่อนกัน และไม่โกรธกัน

สนธิ- ไม่โกรธๆ

บรรหาร- ผมเรียนท่านจำลอง และท่านสนธิด้วย ที่ผมเดินทางมาในวันนี้เพราะเหตุว่า มาในฐานะผู้ประสานงาน เกี่ยวกับที่ว่าเราจะทำยังไงให้บ้านเมืองของเรา ในอนาคตเกิดความสงบเรียบร้อย และไม่มีความขัดแย้งกันเหมือนที่ผ่านมา ผมจำได้เมื่อตอนที่เราอยู่กับป๋าเปรม เหตุการณ์อย่างนี้ไม่เคยเกิดขึ้นเลย เรียบร้อยมากที่สุดเลย ผมจำได้

เมื่อเกิดขึ้นอย่างนี้แล้ว ผมบอกแก่สื่อมวลชนนิดหนึ่งว่า ถ้าบอกว่า ผมเว้นวรรค 5 ปีนี่นะ แล้วผมอยากจะเดินไปหาใครอีกหลายๆ คนด้วยกันที่อยู่ในวงการเมือง ไปปรึกษาหารือว่าจะทำยังไง ว่าจะก้าวข้ามในขณะนี้ไปสู่อนาคตให้มันเกิดความสงบความเรียบร้อยให้จงได้ เพราะผมเองผมปีนี้เท่าไหร่แล้ว 82 แล้ว อยู่ไม่กี่ปีก็จะไปอยู่แล้ว แต่จะทำอะไรให้ลูกหลานมันเป็นสิ่งที่ดีงาม ถึงแม้ตัวเองจะเจ็บปวกยังไงก็แล้วแต่ ก็เป็นสิ่งที่ต้องทำ เพราะความเจ็บปวดผมเจอมาเยอะแล้ว เจอมาเยอะแล้ว ท่านจำลองทราบดี หนักแล้ว ผมทนได้ ฉะนั้นเมื่อเป็นเช่นนี้แล้วก็คิดว่าจะเดินทาง แต่ว่าการเดินทางพบใครต่อใคร ผมยังไม่สามารถจะลงเอยได้ว่าเมื่อพบเสร็จแล้ว ได้ข้อมูลแล้ว ผมจะทำยังไงต่อไป มันไม่มีปลายทางของมันเลย

ประจวบเหมาะกับนายกฯ ยิ่งลักษณ์ โทรศัพท์มาหาผมเมื่อคืนวันเสาร์ที่ 22 บอก ท่านบรรหาร หนูอยากจะทำเรื่องสภาปฏิรูปฯ ให้ทุกคน ทุกฝ่ายเลย รัฐบาลไม่เกี่ยว มาคุยกัน เปิดอกกัน ใครมีความเห็นอะไรก็พูดกันให้ตรงไปตรงมาไปเลยว่าจะแก้ไข จะทำยังไง ผมก็โอเค แต่ผมจะไม่ได้เป็นผู้ประสานงานนะ ก็โอเค ผมจะไปครับ ก็ไป วันที่ 25 / 25 ก็มีหลายคน

ไปเสร็จแล้ว ประเด็นปัญหามันมีเยอะแยะมากมาย ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง มากมายก่ายกอง ทั้งหมดมีการพูดถึงเรื่องความยากจน ความเหลื่อมล้ำ ความไม่ทัดเทียมกัน ความยุติธรรม การใช้อำนาจ ทั้งหมดหลายสิ่งหลายอย่างที่มีอยู่ สรุปแล้วตอนสุดท้าย ที่จริง ไม่ได้ชมนายกฯ ยิ่งลักษณ์นะ ท่านเป็นคนเก่งพอสมควร ผมนั่งอยู่ติดกัน เจ้าหน้าที่มันบริ๊ฟมาทั้งหมดเลยนะ แต่ท่านบอกไม่เอา ท่านบอกจะทำ 7 ข้อ

ข้อที่ 1 คือหลักของการที่ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข มีความมั่นคงและแข็งแรง ผมจำได้นะ อันที่ 2 ความทัดเทียมกัน แก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ หลักที่ 3 การทำงานด้วยความถูกต้อง อันที่ 4 คือความยุติธรรม ทุกมิติ ทุกภาคส่วน การไม่ได้รับยุติธรรม อันที่ 5 คือให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วม อันที่ 6 ความไว้วางใจ ให้อภัยซึ่งกันและกัน อันสุดท้ายคือประโยชน์ร่วมกันตามหลักการที่ถูกต้อง 7 ข้อ มาให้ผมดูเออ ก็ใช้ได้นี่ แป๊บเดียวจริงๆ นะ 7 ข้อ ก็แสดงว่าแกบรีฟทั้งหมด 7 ข้อ ผมก็ว่าโอเค ปรากฏว่าท่านมากระซิบผมตอนเลิกว่า ท่านบรรหาร มันไม่มีใคร ถ้าหากเอาคนในรัฐบาลเข้าไปปรึกษาหารือกัน ขอให้ท่านช่วยรับหน้าที่ เพราะรู้จักหลายฝ่ายด้วยกัน ก็รู้จักทั้งหมด ท่านสนธิก็รู้จักกัน ยังกอดคอกัน เคยกินข้าวกัน จำได้หรือเปล่า

ที่มาวันนี้อยากจะรับฟังว่าปัญหาบ้านเมืองขณะนี้เราจะช่วยกันแก้ไขยังไง เราจะก้าวกระโดดขณะนี้ออกไปสู่อนาคต เราจะทำยังไงกัน ผมยอมรับฟังทุกอย่างหมด ส่วนจะทำได้แค่ไหนคงต้องว่ากันอีกเรื่องหนึ่ง ผมเป็นแค่ประสานงาน และทั้งหมดนี้ วันที่ 25 นี้ เขาก็ตั้งเรื่อง 3 อย่าง เศรษฐกิจ สังคม การเมือง ก็ให้ทุกคนที่ไปกรอกข้อความมาว่าใครอยู่คณะไหน พออยู่คณะไหนเสร็จ ถ้าไม่มีก็เอาเพิ่มเติมเข้ามา แล้วผมจะเป็นผู้ประสานงานแต่ละคณะเข้าไปอยู่ มันจะรวมทั้งหมด ทั้งนี้ก็จะมีของภาคประชาชนอยู่ด้วย มีของหมอประเวศอยู่ด้วย ทุกส่วนอยู่ด้วย และอาจจะมีคุณสนธิ ผมฟังทีวี อย่าลืมว่าผมเปิดท่านอยู่ตลอดเวลานะ เอเอสทีวี ผมไม่ได้ทิ้งนะ ท่านว่าอะไรผม ผมก็รู้นะ ผมไม่ว่าอะไร ผมไม่ถือ ถือว่าให้พรผม ผมไม่ถือสา ด้วยความเคารพ ที่มาวันนี้ คือสิ่งที่มาอยากจะพบ มีบางคนบอกว่า ท่านบรรหารอย่าไปพบเลย เดี๋ยวท่านสนธิไม่ต้อนรับ โธ่ รู้จักกันนี่นะ คนเรารู้จักชอบพอกัน ไปคุยกัน ไม่เป็นไรนี่ สิ่งที่อยากมาในวันนี้

สนธิ- ต้อนรับครับพี่ ผมยุคนั้นยังทุบโถส้วมให้พี่ เพื่อให้พี่ฉี่ได้ เพราะมันสูงเกินไป

บรรหาร- ก็อยากจะฟังข้อชี้แนะ และมีทางออกอะไรมั้ย อยากจะกราบเรียนด้วยความเคารพอย่างนี้

จำลอง- ท่านพูดต่อเลยครับ ท่านอาจจะยังพูดไม่หมด พูดยาวๆ เลยครับ

สนธิ- พี่บรรหารอยากพูดอะไร พูดให้หมดเลยครับ แล้วเดี๋ยวพี่ลองเขาจะพูด และผมจะพูด อยากจะพูดอะไรพูดไปเลยครบ

บรรหาร- ผมอยากจะเห็นเหตุการณ์บ้านเมืองที่เป็นอยู่ในขณะนี้ แม้แต่ในสภากันเองก็รับไม่ได้ ผมรับไม่ได้ สภาที่เกิดขึ้นขณะนี้ รับไม่ได้ มันไม่เคยมีแบบนี้ วันที่ 16 ผมจะไปประชาธิปัตย์ ไปพบคุณอภิสิทธิ์ ไปถามเหตุการณ์ต่างๆ อย่างที่มาพบเนี่ย ทีนี้สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนว่า ผมเองในฐานะเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ก็อยากจะกราบเรียนว่า เมื่อตอนที่เลือกตั้งใหม่ๆ ต้องยอมรับว่าการจัดตั้งรัฐบาลมันก็จะมีพรรคการเมืองเข้าไปร่วมด้วย เมื่อคราวเลือกตั้งคราวที่แล้ว ตอนที่มียุคปฏิวัติขึ้นมา ท่านสุรยุทธ์เป็นนายกฯ ผมเองก็มาประชุมกัน มีผม ชาติไทย ประชาธิปัตย์ แล้วก็สุวัจน์ ก็คุยกัน คุยกันทุกอาทิตย์ ก็คิดว่าเราน่าจะจัดตั้งรัฐบาล ได้ถึง 250 เสียง แต่ทำไปทำมา พอวันสุดท้ายใกล้จะลงคะแนนเสียง คือวันที่ 23 ธันวาคม ปรากฏว่าที่เราต่อกันไว้ มันไปกันแล้ว ก็เหลืออยู่แค่ 2 พรรค จะทำยังไงล่ะ ผมก็เกาะกับประชาธิปัตย์ เมื่อทางโน้นเขาเชิญมา เขาก็ตั้งไม่ได้ ทางนี้ก็ตั้งไม่ได้ ด้วยวิสัยของการเป็นนักการเมืองก็จำเป็นจะต้องเข้าไปร่วม ถ้าไม่ร่วม อยู่ข้างนอก ก็ทำอะไรไม่ได้เหมือนกัน นี่คือความจำเป็นที่มีอยู่ อย่าโทษว่าพรรคชาติไทยเป็นปลาไหล ไม่ใช่ทั้งนั้นหรอก ดูเหตุการณ์ จังหวะ เหมาะสมที่มีอยู่ ฉะนั้นมาวันนี้ก็ไม่ใช่ว่าเข้าข้างรัฐบาลนะ มาในฐานะผู้ประสานงาน รัฐบาลไม่เกี่ยว เมื่อได้ข้อมูลเสร็จเรียบร้อยหมด เดี๋ยวบ่ายจะพบหมอประเวศ นี่คือสิ่งที่อยากจะกราบเรียน คงไม่มีอะไรมากครับ จริงใจ อายุป่านนี้แล้ว ทำทุกอย่างเพื่อบ้านเมือง เมื่ออาทิตย์ที่แล้วไปเยี่ยมป๋า ก็พูดกับท่านอย่างนี้เหมือนกัน พูดกับป๋าอย่างนี้เหมือนกัน ป๋าก็ฝากคิดถึง ผมมีแค่นี้ล่ะครับ

จำลอง- ขอบคุณท่านบรรหารนะครับ ท่านกรุณาลดตัวลดตนเป็นผู้ประสานงาน คุณสมศักดิ์ติดต่อผมทางโทรศัพท์ว่าท่านจะไปพบผม ผมก็บอกกับคุณสมศักดิ์ว่า ท่านอาวุโสกว่าผม มันจะไม่เหมาะมั้ง แล้วอีกอย่างท่านก็เวลาน้อย พูดทางโทรศัพท์กันดีมั้ย คุณสมศักดิ์ก็ยืนยันว่า ท่านบรรหารต้องการพบผมจริงๆ ต่อมาผมก็ทราบว่าท่านก็ต้องการพบกับคุณสนธิด้วย ก็เลยบอกว่า ถ้าอย่างนั้นเพื่อประหยัดเวลา ก็พบกันเสียทีเดียว ผมเดาเอานะ ว่าคงเรื่องเดียวกัน ผมต้องเรียนท่านบรรหารว่า คราวที่แล้ว ที่นายกฯ ยิ่งลักษณ์เสนอเรื่องสภาปฏิรูปฯนั้น ก็เนื่องจากมีความขัดแย้งเกิดขึ้นเยอะๆ และไอ้ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเยอะๆ เนี่ย ประชาชนทั่วไปที่เขาติดตามการบ้านการเมืองเขาก็รู้ว่า เป็นเพราะรัฐบาลและพรรครัฐบาลเป็นคนก่อขึ้น เช่น จะแก้รัฐธรรมนูญ เช่น จะออกกฎหมายนิรโทษกรรม อะไรทั้งหลายแหล่เยอะแยะไปหมดเลย เพราะฉะนั้น โดยความคิดของผม และเหมือนกับอีกหลายๆ คน ว่า ถ้าจะแก้ไขไม่ต้องมีสภาปฏิรูปฯ ก็ได้ นายกฯ ก็ออกมาแก้ไขซะ ตัวเองเป็นคนก่อ พรรครัฐบาลเป็นคนก่อ ก็ไม่แก้รัฐธรรมนูญเสีย ไม่ออกกฎหมายนิรโทษกรรมเสีย ไม่ทำให้เกิดความขัดแย้งเสีย แล้วความขัดแย้งมันจะลดลงๆ นี่ล่ะครับ และผมขอเรียนท่านบรรหารเลยว่า ท่านคงทราบดี พวกผมพูดกันบ่อยๆ ว่าพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยทุกคนเหมือนกันเปี๊ยบเลย เหมือนกันตรงไหน เหมือนกันตรงที่ว่าไม่ได้ทำเพื่อตัวเองหรือหมู่คณะ ทำเพื่อชาติและราชบัลลังก์โดยแท้ และผมก็ต้องพูดซ้ำอีกนะว่า ไม่มีชนชาติไหนในโลกที่ทรหดอดทนเหมือนพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ไปกินไปนอนในถนน 3 ช่วงเวลา รวมแล้ว 384 วัน 384 คืน มันไม่ใช่เรื่องน่ารื่นรมย์เลยนะ ทำไปทำไม ทำเพื่อชาติและราชบัลลังก์ วันนี้ก็ยังยืนยันอีกทีนะครับ 3 ช่วง ก็คือ 33 วัน 193 วัน 158 วัน รวม 384 วัน 384 คืน ซึ่งมันเป็นเรื่องที่เหลืออดเหลือทนจริงๆ มันไม่ใช่เรื่องน่ารื่นรมย์อะไร การที่จะไปกินนอนในถนน และท่านบรรหารก็ทราบ หรือผม เป็นต้น ผมก็ต่อสู้กับความไม่ถูกต้องมาตั้งแต่หนุ่มๆ แล้ว เอาเริ่มตั้งแต่คัดค้านการที่จะออกกฎหมายทำแท้งเสรี ปี 2524 นี่ 32 ปีแล้ว ตอนนั้นผ่านสภาผู้แทนฯ มาแล้ว 3 วาระ ผมออกไปนำการคัดค้าน และคัดค้านเป็นผลสำเร็จ จนวันนี้ยังไม่มีใครกล้าเสนอเอาเข้าสภาอีกเลย ที่จะแก้กฎหมายทำแท้งให้เป็นกฎหมายทำแท้งเสรี

ถัดจากปี 24 ก็มาปี 26 ที่ผมเป็นผู้นำในการคัดค้านการที่จะแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นเผด็จการ ถัดจาก 26 ก็ปี 35 หยุดยั้งการสืบทอดอำนาจเผด็จการ ไม่ใช่ออกไปประท้วงเพราะนายกฯ พูดไม่ตรง นายกฯ ไม่ทำตามคำพูด ไม่ใช่ หยุดยั้งการสืบทอดอำนาจเผด็จการ ก็สำเร็จอีกปี 35 ต่อมาก็มี 42 ที่พาประชาชนออกไปช่วยกันคัดค้านการที่จะขายหุ้นบางจากให้ต่างชาติ ก็สำเร็จอีก เรียบร้อย ฉะนั้นที่ทำมาโดยตลอด พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก็เหมือนเราทั้งนั้น ว่าทำเพื่อชาติและราชบัลลังก์ พอมาถึงตอนทักษิณ ผมเขียนจดหมายเปิดผนึกถึงเขา สื่อมวลชนเอาไปแพร่กันทั่ว ผมบอกเขาว่า คุณเป็นนายกฯ แล้วคุณเทหุ้นขายตั้ง 73,000 ล้าน แล้วไม่เสียภาษี คุณบอกคุณจะช่วยคนจน คุณเสียสิ เสียภาษีซะ แล้วผมคำนวณไว้ให้เลย 26,000 ล้าน พอเขาไม่ทำ ไม่ทำผมก็มีจดหมายเปิดผนึกอีก หลักฐานยังมีอยู่นะ บอกว่าอาทิตย์ต่อไป ผมจะไปร่วมกับประชาชนในการคัดค้าน การเรียกร้องให้คุณออกจากความเป็นนายกฯ นี่คือสิ่งที่ผมทำไป ไม่ใช่ทำเพื่อตัวเองนะ เหมือนกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยทุกคน ทำเพื่อชาติและราชบัลลังก์โดยแท้ พอเขาออกไปต่างประเทศได้ 6 เดือน คนสนิทเขาก็มาถามผม มีอะไรจะแนะนำทักษิณมั้ย ผมบอก มี บอกเขาว่าให้กลับมารับโทษเสีย ตามที่ศาลได้ตัดสินไปแล้ว ถ้าไม่กลับมารับโทษ ถ้ายังอยู่ในต่างประเทศ ก็เงียบๆ ได้มั้ย อย่าให้ข่าวได้มั้ย อย่าเคลื่อนไหวได้มั้ย เพราะบ้านเมืองมันปั่นป่วน เขาก็ไม่ทำ จนถึงวันนี้ นี่เลยต้องเรียนทบทวนให้ท่านบรรหารทราบนะครับว่ามันเป็นอย่างนี้ล่ะครับ ผมก็ไม่รู้จะทำยังไง แล้วต่อมาตอนหลังเราก็หารือกันว่า เราจะไปผูกขาดเป็นแกนนำ มันจะไม่เหมาะนะ จริงๆ แกนนำคือแกนตามนะ ตามที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยส่วนใหญ่เขาว่ายังไง เราก็ริเริ่มขึ้นมา แล้วเราก็ไม่ได้เป็นแกนนำแล้วในตอนนี้ ทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นแกนนำ ท่านยังกรุณาให้เกียรติมาพบกับเราอีก ต้องขอขอบคุณอย่างยิ่งครับ

ข้อเสนอของผมก็คือ นายกฯ ควรจะแก้ไขปัญหาที่ต้นตอ อะไรที่รัฐบาลหรือพรรคของรัฐบาลทำเอาไว้ ก็ยกเลิกเสียให้หมด แค่นี้มันก็ลดความขัดแย้งได้อย่างเห็นได้ชัดเลยนะ และตอนนี้ท่านจะเห็นนะครับความขัดแย้งมีมากขึ้นๆ ผมก็ไม่ทราบว่าท่านเป็นผู้ประสานงาน ท่านจะแก้ไขได้หรือเปล่า มันทั้งนอกสภาและในสภา วุ่นวายกันไปหมดเลย ถ้าทำอย่างที่ผมเสนอนะ หมดไปแล้ว ความขัดแย้งก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ก็ตัวเองเป็นผู้ก่อขึ้น ก็แก้ที่ตัวเอง ง่ายจะตายไป ไม่ต้องมาเดือดร้อนให้ท่านเป็นผู้ประสานงานด้วยซ้ำ คุณสนธิมีอะไร เชิญเลย

สนธิ- ผมขออนุญาตเรียนพี่บรรหาร ในฐานะที่เรารู้จักกันมานานแล้ว เดิมที่จะเรียกท่านบรรหาร แต่เดี๋ยวพี่จะว่ามันห่างเหินกันเกินไป

บรรหาร- งั้นเดี๋ยวผมขออนุญาตเรียกพี่สนธิได้มั้ย

สนธิ- ได้ๆๆ ผมคิดว่าปัญหาใหญ่ที่พี่บรรหารจะต้องตอบคำถามผม มีอยู่ 4-5 ข้อ ถ้าพี่บรรหารตอบคำถาม 4-5 ข้อนี้ได้ หรือว่าพี่บรรหารบอกวันหลังค่อยตอบ แล้วผมค่อยพูดต่อ ผมคิดว่าคำพูดหนึ่งที่พี่บรรหารพูดมา พอจะทำให้ผมกล้าถาม ตรงที่พี่บรรหารบอกว่า ไม่ชอบสภาปัจจุบัน เพราะมันเละเทะมาก อันนี้อย่างน้อยที่สุดก็แสดงจิตใจที่ค่อนข้างที่จะยุติธรรมว่าสภาทุกวันนี้มันเผด็จการมาก มันไม่ฟังใครเลย

แต่คำถามที่ผมอยากจะถามตรงๆ เลย ว่า พี่บรรหารคิดว่าทักษิณ ชินวัตร ควรจะกลับมาติดคุกหรือไม่ นี่คือข้อแรกที่พี่บรรหารต้องคิด ข้อที่ 2 ถ้าสภามีการออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับทักษิณ ชินวัตร พี่บรรหารเห็นด้วยหรือเปล่า และถ้าออกนิรโทษกรรมให้ทักษิณ ชินวัตร จะต้องออกนิรโทษกรรมให้กับประชา มาลีนนท์ ด้วยหรือเปล่า ปัญหาข้อที่ 3 คือ ทำไมข้าราชการ ไม่ว่าจะเป็นนายพลใหญ่ๆ สำนักงานตำรวจแห่งชาติตลอดจนกองทัพ หรือข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในกระทรวงต่างๆ ต้องบินไปหาทักษิณเพื่อขอตำแหน่ง แล้วกลับมาก็ได้ตำแหน่งทุกคน

ข้อที่ 4 ผมไม่เชื่อว่ายิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีอำนาจในการทำงาน คนที่เป็นนายกรัฐมนตรีตัวจริงก็คือทักษิณ ชินวัตร ข้อที่ 5 ที่คิดว่าสำคัญที่สุด คือถ้าพี่บรรหารเป็นนักการเมืองมาตลอด พี่บรรหารต้องเข้าใจว่า นิติบัญญัติ ตุลาการ และบริหาร มันจะต้องแยกออกจากกัน แต่ในข้อเท็จจริงตั้งแต่เรามีการเมืองมา ทุกยุคทุกสมัย นิติบัญญัติกับบริหาร เป็นพวกเดียวกันมาตลอด ไม่เคยมีประธานสภายุคไหนที่ไม่ใช่พวกฝ่ายบริหาร

เพราะฉะนั้นแล้ว ด้วยลักษณะข้อเท็จจริง ผมกำลังพูดถึงข้อเท็จจริงนะ ที่เกิดขึ้นในทุกวันนี้ ปัจจุบันนี้เราไม่ได้มีประชาธิปไตยเลยแม้แต่นิดเดียว ผมก็ยังพิจารณาว่า ทุกวันนี้ปัญหาที่เป็นอุปสรรคในการปฏิรูปการเมือง ที่พี่บรรหารพยายามทำ ยังคงเป็นทักษิณ ชินวัตร อยู่ เพราะในข้อเท็จจริงคือ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผมไม่ได้คิดว่าเขาฉลาดอะไรหรอก อะไรที่เขาพูดกับพี่เป็นข้อๆ น่ะ เขาถูกบรีฟไว้เรียบร้อยแล้ว

เพราะฉะนั้นแล้วผมก็ยังคิดว่าปัญหาใหญ่ที่สุดก็คือว่า ถ้าสมมุติเขาต้องการปฏิรูปเหมือนอย่างที่พี่ลองพูด พฤติกรรมที่เกิดขึ้นมาในช่วงตั้งแต่เขาตั้งพี่บรรหารมา ไม่ได้เป็นพฤติกรรมที่สะท้อนให้เห็นความจริงใจของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ต้องการจะปฏิรูป ไม่ว่าจะเป็นการต่ออายุคุณธาริต เพ็งดิษฐ์ อีก 1 ปี การต่ออายุนี้ก็เนื่องจากคุณธาริต เพ็งดิษฐ์ ไปเล่นงานฝ่ายตรงข้ามได้เป็นผลสำเร็จ ทำงานเข้าตาประชาชน ทำงานเข้าตาพรรคเพื่อไทย หรือบทบาทของประธานวุฒิสภา คุณนิคม หรือบทบาทของท่านสมศักดิ์ ที่เป็นประธานรัฐสภา

มันทำให้เราเริ่มตั้งคำถามว่า ประชาธิปไตยที่ทุกคนบอกว่า วันนี้คนไทยอาหารการกินแพงขึ้น เพราะว่ายังไม่ได้ประชาธิปไตย เหมือนคำที่พวกอีกฝ่ายหนึ่งชอบพูดตลอดเวลาว่า ทุกอย่างมีปัญหาเพราะการเมืองไทยยังไม่เป็นประชาธิปไตย ผมถึงถามว่า ลักษณะที่พี่บรรหารมาเสนอ มาคุยเนี่ย พี่บรรหารออกตัวไปแล้วว่า ทำได้แค่ไหนก็แค่นั้น

แต่ผมคิดว่าเกมที่เขาเสนอมา แล้วก็ใช้พี่บรรหารเป็นเครื่องมือ ผมว่าเกมนี้ ถ้าเป็นอย่างนั้นผมไม่เล่นด้วย แล้วผมก็ถามอีกคำหนึ่งซึ่งค่อนข้างจะกินใจ พี่บรรหารอย่าโกรธผม "พี่บรรหารคิดว่า พี่ ก็เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาด้วยหรือเปล่า” เพราะว่าทุกวันนี้ ทุกอย่างที่เป็นไปทุกวันนี้ในประเทศไทย มันเกิดขึ้นเพราะการเมืองอย่างเดียว ไม่ใช่เพราะเรื่องอะไรเลย การเมืองทั้งนั้น

การฉ้อราษฎร์บังหลวง กรณีของคุณประชา มาลีนนท์ คำพิพากษาศาลฎีกา เมื่ออ่านไปแล้วมันเห็นชัดเจนว่าการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ต้นทุนของสังคมมันสูงขึ้นก็เพราะการเมือง ผมคิดว่าเมืองไทยต้องมีการเมือง แต่การเมืองไม่ควรที่จะเป็นการเมืองที่ตัดสินกันด้วยเครื่องคิดเลขในสภา ว่าคุณมี 319 เสียง ผมมี 160 เสียง เพราะฉะนั้นผมทำอะไร ผมก็ทำได้ นั่นคือความเห็นของผม


แต่การเมืองมันต้องเป็นส่วนประกอบของการเข้ามามีส่วนร่วมของทุกฝ่าย ไม่ใช่แค่ 1 เสียง 1 คน เพราะถ้าเรายังยึดถือ 1 เสียง 1 คนอยู่ การเมืองคือการลงทุน ส.ส.ก็จะกลายเป็นตัวเลขเท่านั้นเอง เมื่อกลายเป็นตัวเลข เมื่อรวมกันได้แล้ว มีเสียงชนะในสภาแล้ว การเมืองมันก็เน่าต่อไปเรื่อยๆ มันก็เน่าต่อไปเรื่อยๆ พี่บรรหารเป็นนายกรัฐมนตรีมาก่อน พี่บรรหารต้องรู้ว่าชาติบ้านเมืองใกล้ล่มสลายแล้ว ผมไม่จำเป็นต้องพูด เพราะว่าพี่หวัดรู้ดีกว่าผม เพราะพี่หวัดอยู่ในวงการเงิน พี่หวัดอยู่ในวงการอุตสาหกรรม พี่หวัดรู้ รู้มากๆ เลยว่า ทุกวันนี้เราใกล้ที่จะถึงปี 2540 อีกครั้งหนึ่ง ต่างกันตรงที่ว่า 2540 ยุคนั้นแบงก์อ่อนแอ 2540 ยุคนี้แบงก์แข็งแรง แต่ว่าประชาชนอ่อนแอ

เพราะฉะนั้นแล้วที่ผมเคยคิดของผม คือผมคิดว่าผมอยากให้นักการเมืองเสียสละ ผมคิดว่าทุกคนหยุดเล่นการเมืองสัก 2-3 ปี เรามาร่างกติกาที่ถูกต้องในข้อที่พี่พูดมา 6-7 ข้อเมื่อกี้นี้ เท่าเทียมกัน เราจะร่างเท่าเทียมกันยังไง คำว่าเท่าเทียมกัน สิทธิเสรีภาพของประชาชนในการทำมาหากินควรจะเท่ากันมั้ย ถ้าเท่ากัน ทำไมเทสโก้โลตัส ถึงรังแกโชวห่วยได้ ถ้าอย่างนั้นแล้วเราจะแก้ตรงนี้ยังไง แล้วเราจะกล้าแก้มั้ย ผลประโยชน์มันมีอยู่ ภราดรภาพ คนไทยจะต้องมีเหมือนกันทุกคน คำว่า "ภราดรภาพ” จะต้องมีสิทธิเท่าเทียมกัน สิทธิในการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมที่เท่าเทียมกัน ไม่มีใครเหนือใคร ไม่มีใครได้ประโยชน์มากกว่าใคร และที่สำคัญที่สุดก็คือ หลักนิติรัฐที่สำคัญที่สุด เพราะว่าถ้าวันนี้หลักนิติรัฐไม่มี พี่ปฏิรูปการเมืองไปยังไงก็ไม่มีประโยชน์ เพราะฉะนั้นแล้ว สิ่งที่ผมต้องการจะพูด คือผมพูดออกจากใจ บางครั้งบางคราวมันกระทบกระเทือนใจกันบ้าง ก็ต้องยอมฟังกัน

วันนี้คุณยิ่งลักษณ์ และ นช.ทักษิณ ชินวัตร ผมต้องเรียกเขา นช. เพราะว่าเขาเป็นอาชญากร และเขาถูกพิพากษาจำคุกไปเรียบร้อยแล้ว ถ้าเขารักชาติ รักบ้านรักเมือง เขาต้องถอย แล้วปล่อยให้นักการเมืองทุกคน และประชาชนทุกคน แล้วเขาต้องไม่ยุ่งกับ ส.ส.เขาไม่ต้องยุ่ง เขาไม่ต้องเอาครอบครัวตระกูลเขามา พี่ก็รู้ข้อเท็จจริงว่าจำนำข้าวมันฉิบหายไปเท่าไร ไม่จำเป็นจะต้องมาปกป้องอะไรกันเลยแม้แต่นิดเดียว

ถ้าคดีจำนำข้าวขึ้นสู่ศาลฎีกา คนก็จะต้องติดคุก ถ้ายึดถือมาตรฐานศาลฎีกาเมื่อวานนี้เป็นมาตรฐาน คนติดคุกหมด ปลัดกระทรวงพาณิชย์ก็ต้องติดคุก เจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ก็ต้องติดคุก นายกรัฐมนตรีก็ต้องติดคุก รัฐมนตรีฯ บุญทรงก็ต้องติดคุก น้ำอีก 3.5 แสนล้านบาท และเงินกู้อีก 2.2 ล้านล้านบาท

พี่บรรหารเป็นคนเก่งเรื่องตัวเลขการเงิน พี่รู้ พี่รู้ว่าวันนี้เมืองไทยหายจะไม่ออกอยู่แล้ว พวกที่นั่ง ผู้สื่อข่าวเนี่ย ถามแต่ละคนสิ ว่าเงินเดือนพอใช้กันมั้ยทุกวันนี้ ไม่มีพี่ มีที่ไหนในโลกนี้ที่น้ำมัน 2 ลิตร 100 บาท แล้วประชาชนยังนั่งเฉย แล้วทุกคนก็ยังมานั่งพูดกันอีก "เพื่อ ปตท.” ไม่มี เพราะฉะนั้นนี่คือหัวใจของมัน เมื่อเรายกตรงนี้ออกมาแล้ว ยกปัญหาที่ผมพูดกับพี่ออกมา ถ้าทุกฝ่ายก้าวข้ามเรื่องพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือทุกคนไม่จาบจ้วงพระองค์ท่าน เป็นประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข แล้วคงพระราชอำนาจอยู่ และถ้าเราเคารพในหลักนิติรัฐและเราต้องการที่จะทำให้ประชาชนคนไทยมีช่องว่างระหว่างรายได้ มีช่องว่างระหว่างเรื่องราวต่างๆ ความยุติธรรม ให้มันแคบลง ผมคิดว่าเมืองไทยไม่มีสีแล้ว พี่บรรหาร เมืองไทยไม่มีสี

วันนี้การศึกษาเมืองไทยตกเป็นอันดับ 8 ต่ำกว่าเขมร ต่ำกว่าเวียดนาม พี่ เราเอาหน้าไว้ที่ไหน พี่บรรหารเป็นนักการเมืองมากี่สิบปี พี่ทนได้เหรอ ผมเนี่ยทนไม่ได้ ปัญหาอยู่ที่ไหน ผมกลับมองว่า ในขณะนี้แทนที่เราจะกระจายอำนาจลงท้องถิ่นจริงๆ ผมเคยพูดว่า ทำไมเรายกตัวอย่างการกระจายอำนาจ คนถามผม คุณสนธิคุณจะกระจายยังไง ผมบอกกระทรวงศึกษาฯ นี่คือตัวการที่จะทำให้ชาติบ้านเมืองฉิบหาย เด็กเรียนต่ำ ถ้าผมยกโรงเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาฯ ในสุพรรณฯ ทุกโรงเรียน ยกให้พี่เลย ให้นายก อบจ.เอาไปบริหาร ตัดงบประมาณบางส่วน ครูไป เอาไปที่นั่นหมด แล้วกระทรวงศึกษาฯ ทุกแห่งทำแบบนี้หมด กระทรวงศึกษาฯ จะเล็กลง ทุกจังหวัดจะบริหารการศึกษาของตัวเองได้ คำถามมีอยู่ว่า ถ้ามาตรฐานการสอบของสุพรรณฯ ภาษาอังกฤษ ม.3 ม.6 ของสุพรรณฯ เกิดสู้อ่างทองไม่ได้ ของคุณสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล พี่ว่าคนสุพรรณฯ โกรธมั้ย คนสุพรรณฯ โกรธ เพราะฉะนั้นแล้ว นี่คือการใช้ประชาชนท้องถิ่นมาคุมการบริหารงาน อบจ. และเป็นจุดเริ่มต้นของการกระจายอำนาจ แล้วเมื่อใดก็ตามที่งบประมาณไปท้องถิ่นหมด ไม่ได้อยู่ส่วนกลาง มันจะมีความจำเป็นอะไรต้องมาตั้งรัฐมนตรี ต้องมาเลือกตั้งการเมือง เพราะพี่ก็รู้

พี่พูดให้ผมฟังหลายครั้งว่า สนธิ ส.ส.คนหนึ่งต้องมี 30 ล้าน 50 ล้าน แล้วพี่มี 20 คน พี่ก็ต้องพันล้าน แล้วพันล้าน ใครจ่ายล่ะ เมื่อจ่ายไปแล้ว พันล้านคืนที่ไหน แต่ถ้าเมื่อใดก็ตาม พี่มี ส.ส.แล้วมาบริหารชาติบ้านเมือง แล้วงบประมาณไม่ได้อยู่ที่ส่วนกลาง มันไปอยู่ที่จังหวัด แต่ละจังหวัดมันก็ลงไปทะเลาะกันที่ อบจ., อบต., เทศบาล แต่ว่าทั้งหมดมันถูกคุมด้วยคุณภาพของงานที่ประชาชนคุมนักการเมือง การเมืองมันดีขึ้นโดยปริยาย

ถ้าทำอย่างนี้ได้ เราก็จะไม่มีทักษิณ ชินวัตร คนที่ 2 ขึ้นมาอีก เราก็ะไม่มีการรวบผูกขาดอำนาจ อยู่ในตระกูลเพียงไม่กี่ตระกูล สืบทอดดั่งราชวงศ์ พี่ชายเป็น พี่เขยเป็น น้องสาวเป็น นี่ไปอีกหน่อยก็เป็นน้องเขยเป็นอีก นี่คือความเห็นของผม พี่บรรหาร

เพราะฉะนั้นแล้วผมถึงบอกว่า ผมไม่ได้ตื่นเต้น ผมเห็นใจที่พี่พยายามจะปฏิรูปการเมืองตอนนี้ ผมเห็นใจ แต่ผมกำลังจะบอกว่า พี่เป็นเครื่องมือเขา เพราะว่าเขาต้องการที่จะลดอุณหภูมิทางการเมืองลงมา และผมไม่เคยคิดว่าทักษิณ ชินวัตร หรือบางคนในตระกูลชินวัตร ต้องการจะปฏิรูปการเมือง เพราะเขาต้องการจะยึดอำนาจนี้ต่อไป

คำถามมีต่อว่า แล้วพี่จะไปเป็นตัวประกอบให้เขาในอนาคตต่อไปอีกนานแค่ไหน อีกนานแค่ไหน นี่คือคำพูดที่มาจากใจ พี่ต้องไม่โกรธผม


บรรหาร- ไม่โกรธหรอก

จำลอง- ผมเรียนนิดหนึ่งนะครับ ก่อนที่จะตอบคำถามของคุณสนธิซึ่งค่อนข้างจะแรงนิดหนึ่ง ที่เราพูดไป เราทำด้วยนะ ยกตัวอย่าง อย่างผม ซึ่งท่านบรรหารก็ทราบ ผมคงจะเป็นนักการเมืองไม่กี่คนในประเทศนี้ที่เป็นมาพร้อมหมดทุกอย่างแล้ว เป็น ส.ส.ก็เป็น เป็น ส.ว.ก็เป็น ทำหน้าที่ทั้ง ส.ส.-ส.ว. คือมีสภาเดียว คือสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ก็เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และผมพูดอยู่เสมอๆ ว่าคนที่จะมาเป็นนักการเมือง จะยากดีมีจนอะไรไม่สำคัญ สำคัญที่ว่าคุณต้องเสียสละนะ การเป็นนักการเมืองไม่ใช่อาชีพที่จะมาตักตวงผลประโยชน์ คุณต้องเสียสละ ถ้าคุณไม่เสียสละคุณอย่ามาเป็นนักการเมือง และผมก็ได้ทำให้ดูแล้ว ตั้งหลายปีต่อเนื่องกันมา ในตอนนั้น ตอนที่ผมเป็นหัวหน้าพรรค ตอนที่ผมตั้งพรรค

กลับมาถึงปัญหาที่นายกฯ ยิ่งลักษณ์จะตั้งสภาปฏิรูปฯ โดยมี 7 หัวข้อ ว่านี่ล่ะ มันจะนำไปสู่ 7 หัวข้อนี้ ถ้าทำอย่างน้อยทำอย่างที่ผมเรียนเสนอแนะว่า รัฐบาลและพรรครัฐบาลเป็นคนก่อเหตุขึ้นมา ที่ทำให้เกิดความขัดแย้ง ก็ลดเรื่องนั้นลงเสีย เลิกทำเสีย เลิกแก้รัฐธรรมนูญ เลิกที่จะออกกฎหมายนิรโทษกรรม เลิกที่จะกู้ 3.5 แสนล้าน เลิกที่จะกู้ 2 ล้านล้านบาท ถ้าทำอย่างนี้ทั้งหมด ความขัดแย้งมันจะลดอย่างเห็นได้ชัด และเร็วมากเลย ไม่ต้องมาทำให้ท่านบรรหารต้องเดือดร้อนในการเป็นผู้ประสานงาน และผมก็ไม่รู้ว่าเมื่อไรท่านจะทำสำเร็จ ท่านลองทำสิครับ บอกนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ลองทำอย่างที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเขาเสนอ คุณทำพวกนี้คุณได้เลย เพราะว่ามีเสียงข้างมากในสภา บอกสภาซะ บอกพรรคซะ พรรคเพื่อไทยของตัวเอง ก็จบแค่นั้นเอง ง่ายมากเลย ผมเลยต้องเรียนเสริมว่า ปัญหาอยู่ที่นักการเมือง ถ้านักการเมืองไม่เสียสละ บ้านเมืองก็ต้องเป็นอย่างนี้ และที่จะทำให้เกิดสภาปฏิรูปน่ะ ไม่ต้องไปทำหรอก เสียเวล่ำเวลา แก้ที่ต้นเหตุนี่ล่ะ ใครก่อเหตุ ก็แก้ตรงนั้น ง่าย

สนธิ- ผมกลัวว่าพี่บรรหารเสนอข้อดีๆ ไปแล้ว เขาไม่ทำตามหรอก เหมือนกับว่าผมไม่กล้าถามว่า พี่ขออนุญาตทักษิณ ชินวัตร หรือยัง ในข้อเท็จจริงเขาก็ยังบริหารงานอยู่เบื้องหลังทุกอย่าง ทุกอย่าง ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเลย ทีนี้ผมก็ติดใจ พี่บอก พี่ 82 ผม 66 ผมอ่อนกว่าพี่ 16 ปี แต่ผมแก่กว่าพี่หวัด พี่หวัดแกไม่เคยแก่ แกหนุ่มตลอดเวลา คือถ้าพี่เอาอายุขึ้นมาตั้ง แล้วพี่บอกว่าอีกไม่กี่ปีก็จะตายแล้ว ผมอยากให้พี่บรรหารทำอะไรสักอย่างให้มันลือลั่นก่อนตายซะหน่อย อะไรก็ได้ ที่พิสูจน์ว่าพี่บรรหารไม่ได้เป็นเครื่องมือทักษิณ ชินวัตร พี่บรรหารต้องการจะปฏิรูปการเมืองนี้ด้วยความจริงใจ ด้วยความจริงใจ และถ้าทำไปแล้วเขาไม่ตอบสนอง พี่บรรหารต้องแสดงจุดยืนของพี่ ไม่ใช่ว่า ... คือชีวิตพี่บรรหารเล่นการเมืองมา ยกเว้นครั้งเดียวที่พี่บอกว่า พี่เป็นฝ่ายค้านแล้วอดอยากปากแห้ง

บรรหาร- ไม่ได้พูดนะ

สนธิ- หนังสือพิมพ์มันลงครับพี่ เอาๆ ผมขอโทษ เอาเป็นว่าพี่เป็นนักการเมืองมาตลอด พี่เป็นฝ่ายรัฐบาลตลอดชีวิต พี่ร่วมตลอด ด้วยเหตุผล ด้วยชุดภาษาของพี่ ว่าอย่างน้อยเข้าไปก็ยัง

Written by เด็กจันท์
 
xxx
 

เรื่องที่เกี่ยวข้องกับ

" คำต่อคำ “บรรหาร” พบ “จำลอง-สนธิ” - เจอถามกลับหน้าหงาย "

สมาคม เด็กจันท์ น่ารั๊กก...
คำต่อคำ “บรรหาร” พบ “จำลอง-สนธิ” - เจอถามกลับหน้าหงาย

...

เด็กจันท์ Main Story

  เรื่องเล่าชาวจันท์
นี่คือเพื่อนของคุณ เด็กจันท์
 
 
 
 
Copyright (c) 2011 ThailandBand.com. All rights reserved. Design by Thailand Band Group.
...