...
 
User : Pass :
  ดนตรีคลาสสิก...บทเพลงและการขับร้อง ( เล่าเรื่องโดย Bussaba )     
 

เบโธเฟน (ค.ศ. 1770 ? ค.ศ. 1827)


เบโธเฟน (ค.. 1770 ? .. 1827) ได้ใช้เวลาระหว่างปี ค.. 1804 ? .. 1808ในการประพันธ์ซิมโฟนีบทนี้พร้อมกับการประพันธ์ซิมโฟนีหมายเลข 4 เปียโนคอนแชร์โตหมายเลข 4และไวโอลินคอนแชร์โตการแสดงซิมโฟนีหมายเลข 5 บทนี้แสดงครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม ค.. 1808 ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรเลีย โดยมีเบโธเฟนเป็นผู้อำนวยเพลง

ซิมโฟนีหมายเลข 5 นับว่าเป็นซิมโฟนีที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปมากที่สุดในบรรดาซิมโฟนีทั้งเก้าที่เบโธเฟนได้ประพันธ์ขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งทำนองหลักของท่อนแรกที่กล่าวกันว่าเป็นเสียงที่โชคชะตาเคาะประตู ทั้งนี้เนื่องจากเบโธเฟนมีการของการไม่ได้ยินมากขึ้นทุกขณะซึ่งทำให้เบโธเฟนไม่สามารถเป็นนักเปียโนตามที่ตั้งใจไว้ได้จึงหันมาประพันธ์เพลงอย่างจริงจังมากขึ้นเป็นลำดับ

ซิมโฟนีหมายเลข 5 บทนี้ประกอบด้วย 4 ท่อน คือ

1.Allegro con brio ด้วยรูปแบบโซนาตาอัลเลโกร ซิมโฟนีเริ่มต้นด้วยทำนองสั้น ๆ ที่มีชื่อเสียงคือ สามสั้นหนึ่งยาว ได้แก่ ตัวโน้ตที่มีเสียงสั้นสามตัว และเสียงยาวหนึ่งตัว ซึ่งมีลักษณะเสียงเคาะประตูตลอดทั้งท่อนนี้จะได้ยินทำนองสำคัญนี้ตลอดเวลา บางครั้งเป็นทำนองสำคัญ บางครั้งสอดแทรกเป็นเสียงประสาน ความรู้สึกที่ทำนองนี้นำเสนอ คือความหนักแน่น น่ากลัว ขึงขังขณะที่ทำนองที่สองเป็นทำนองที่ไพเราะเยือกเย็นกว่า ส่วนการพัฒนาทำนองหลักเบโธเฟนยังคงใช้ทำนองหลักที่สำคัญเป็นหลักโดยมีการเปลี่ยนแปลงแสดงออกถึงอารมณ์ที่หลากหลาย บางครั้งเสียงจะดังมาก และมีเสียงค่อย ๆ สอดแทรกอยู่ด้วยในส่วนย้อนกลับต้นทำนองหลักและทำนองที่สองกลับมาเช่นเดิมแต่มีการเปลี่ยนแปลงทำนองย่อย ๆ และที่สำคัญคือส่วนปิดท้ายที่ยาวกว่าธรรมดามากท่อนนี้จบลงด้วยความมีพลังของวงออร์เคสตราทั้งวงที่เน้นทำนองหลักอย่างเด่นชัด

2.Andante con moto ท่อนที่สองมีลักษณะเยือกเย็น เบาสบายกว่าท่อนแรกอย่างไรก็ตามบางตอนยังคงให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่คละเคล้าความหวาดกลัว ใช้รูปแบบธีมและแวริอชั่น โดยมีแนวทำนองสองแนว ทำนองแรกบรรเลงโดยวิโอลาและเชลโล ทำนองที่สองบรรเลงโดยคลาริเน็ตและบาสซูน ซึ่งใช้ลักษณะจังหวะ สามสั้นหนึ่งยาวจากท่อนแรกสอดแทรกอยู่ด้วยการแปรเปลี่ยนทำนองแต่ละครั้งใช้หลักการเปลี่ยนแปลงของการประสานเสียง ความเร็วจังหวะ ความดังค่อยและบันไดเสียงท่อนนี้จบลงด้วยเสียงของวงออร์เคสตราที่เพิ่มความดังขึ้นเป็นลำดับ

3.Allegro ด้วยรูปแบบสเกร์ทโซ ท่อนนี้เน้นความหนักแน่นในช่วงแรก จังหวะและการบรรเลงของวงออร์เคสตราทั้งวงเป็นช่วง ๆ สลับกับบางช่วงที่เสียงเบาลง ทำให้บทเพลงน่าสนใจ แฝงด้วยอารมณ์และการบรรเลงของเครื่องดนตรีอื่น ๆ ในวงออร์เคสตราทำให้ช่วงนี้ดูสดใสเบาสบายขึ้นก่อนที่ทำนองช่วงแรกจะกลับมาอีกครั้งหนึ่งท่อนนี้จบลงด้วยเสียงเบาลงเป็นลำดับและค่อย ๆดังขึ้นโดยเน้นเสียงทิมปานีจนนำเข้าสู่ท่อนที่สี่โดยไม่มีการหยุดพัก

4.Allegroในท่อนนี้ความมีพลังกลับมาอีกครั้งหนึ่งด้วยรูปแบบโซนาตาอัลเลโกร ให้อารมณ์ที่สดใส มีความหวังมากขึ้น แสดงออกถึงชัยชนะทั้งท่อนเน้นการแสดงออกถึงความยิ่งใหญ่มีพลังโดยตลอดซึ่งผู้ฟังจะได้ยินทำนองหลักสำคัญจากท่อนแรกสอดแทรกอยู่แทบตลอดเวลาเช่นกันในตอนท้ายของบทเพลงความตึงเครียดเริ่มมีมากขึ้นจากการใช้การประสานเสียงที่หนักแน่นและเสียงทิมปานี รวมทั้งเสียงที่ดัง จังหวะเร่งขึ้นเรื่อย ๆ และจบลงด้วยความสดใส มีพลังในที่สุด

 

คอนแชร์โต (Concerto)

คอนแชร์โตเป็นเพลงที่บรรเลงโดยเครื่องดนตรีเดี่ยวหรือกลุ่มเครื่องดนตรีเดี่ยวและวงออร์เคสตราคอนแชร์โตเป็นบทเพลงที่น่าฟังเนื่องจากผู้ฟังได้ฟังทั้งเสียงจากออร์เคสตรา และเสียงของเครื่องดนตรีเดี่ยวที่มักจะมีบทบาทเด่น ความหลากหลายของสีสันเพราะมีเครื่องดนตรีเดี่ยวเพิ่มขึ้นจากบทเพลงประเภทซิมโฟนี ทำให้ผู้ฟังบางคนชอบฟังเพลงประเภทคอนแชร์โตเป็นอย่างยิ่ง

ประวัติ

คอนแชร์โตในความหมายดั้งเดิมที่ใช้กันมาก่อนศตวรรษที่ 17 หมายถึงบทเพลงประเภทขับร้องซึ่งมีช่วงของการบรรเลงดนตรีแยกจากการขับร้องต่อมาจึงนำมาใช้ในความหมายถึงบทเพลงบรรเลงด้วยเครื่องดนตรีล้วน โดยมีกลุ่มเครื่องดนตรีเล่นประชันกันกล่าวคือในยุคบาโรคนั้นคอนแชร์โตส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นการบรรเลงด้วยกลุ่มเครื่องดนตรีเดี่ยวสองสามชิ้นประชันกับวงออร์เคสตรา ซึ่งเรียกว่าคอนแชร์โตกรอสโซ ( Concerto grosso ) คอนแชร์โตอีกลักษณะหนึ่งในยุคนี้คือการบรรเลงของเครื่องดนตรีเดี่ยวเครื่องเดี่ยวและวงออร์เคสตรา เรียกว่าโซโลคอนแชร์โต ( Solo Concerto ) คอนแชร์โตลักษณะนี้ได้มีการพัฒนาต่อมาจนเป็นรูปแบบเฉพาะ มีความยาวมากขึ้นประกอบด้วยสามท่อนและนิยมประพันธ์มากขึ้นตั้งแต่ยุคคลาสสิกเป็นต้นมาโมทซาร์ทเป็นผู้หนึ่งที่มีส่วนอย่างมากในการพัฒนารูปแบบคอนแชร์โตในยึคคลาสสิกส่วนคอนแชร์โตกรอสโซเสื่อมความนิยมไปในเวลาเดียวกัน ตั้งแต่ยุคคลาสสิกเป็นต้นมาคอนแชร์โตจึงหมายถึงบทเพลงที่บรรเลงด้วยเครื่องดนตรีเดี่ยวเครื่องเดียวและ วงออร์เคสตราโดยไม่จำเป็นต้องใช้คำว่า โซโลนำหน้าอีกต่อไป

ลักษณะ

1.คอนแชร์โตกรอสโซเป็นบทเพลงที่บรรเลงด้วยกลุ่มเครื่องดนตรีตั้งแต่สองเครื่องขึ้นไป ประชันกับวงออร์เคสตรา ปกติมีสามท่อน คือเร็ว - ช้า ? เร็วแต่ละท่อนมีความยาวไม่มากนักรูปแบบที่ใช้ในการประพันธ์ท่อนแรกและท่อนที่สามมักจะเป็นรูปแบบเดียวกัน คือริทอร์เนลโล (ritornello) ส่วนท่อนที่สองมักเป็นรูปแบบไบนารี เทร์นารีหรือรูปแบบอื่น ๆที่เน้นความอิสระ ริทอร์เนลโล ได้แก่รูปแบบที่มีทำนองหลักบรรเลงโดยวงออร์เคสตราสลับกับทำนองใหม่ที่สอดเข้ามาบรรเลงโดยกลุ่มเครื่องดนตรีเดี่ยวการบรรเลงทำนองหลักของวงออร์เคสตราในแต่ละครั้งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดไปบ้างแล้วแต่ความคิดของผู้ประพันธ์เพลง ช่วงที่วงออร์เคสตราบรรเลง เรียกว่าทูทที หรือ ริเพียโน(tutti or ripieno) และช่วงที่กลุ่มเครื่องดนตรีเดี่ยวบรรเลงเรียกว่า คอนแชร์ติโน(Concertino) เนื่องจากคอนแชร์โตกรอสโซเป็นบทเพลงในยุคบาโรควงออร์เคสตราจึงมีขนาดไม่ใหญ่เท่ากับวงออร์เคสตราในยุคคลาสสิก บางครั้งเป็นเพียงวงเครื่องสายเท่านั้น โดยปกติเครื่องดนตรีที่มีอยู่ด้วยเสมอ คือฮาร์พซิคอร์ด (Harpsichord)

2.คอนแชร์โต หรือโซโลคอนแชร์โตเป็นบทเพลงที่บรรเลงโดยเครื่องดนตรีเครื่องเดียวและวงออร์เคสตรา ปกติมีสามท่อนคือ เร็ว-ช้า-เร็วในยุคบาโรคคอนแชร์โตบทเดียวกันอาจมีบางตอนเป็นคอนแชร์โตกรอสโซและบางตอนเป็นโซโลคอนแชร์โต ต่อมาในยุคคลาสสิกคอนแชร์โตหมายถึงการบรรเลงด้วยเครื่องดนตรีเครื่องเดียวและวงออร์เคสตราซึ่งมีความยากมากกว่าคอนแชร์โตในยุคบาโรค เนื่องจากการใช้รูปแบบที่ต่างออกไป กล่าวคือท่อนแรกใช้รูปแบบโซนาตาอัลเลโกรมีความเร็วแบบAllegro ท่อนที่สองใช้รูปแบบเทร์นารี หรือรูปแบบอื่น ๆ ที่เน้นความอิสระ มีลีลาจังหวะช้าแบบ Andante ท่อนที่สามใช้รูปแบบรอนโด หรือโซนาตาอัลเลโกร มีลีลาจังหวะเร็วแบบ Allegro โครงสร้างในการนำเสนอคอนแชร์โต เพื่อสื่ออารมณ์ความรู้สึก เป็นไปในทำนองเดียวกับซิมโฟนี กล่าวคือท่อนแรกเน้นความสง่างามมีพลัง ท่อนที่สองเน้นความสวยงาม เบาสบายกว่าท่อนแรกและท่อนที่สามกลับมาเน้นความสง่างามอีกครั้งหนึ่ง สิ่งที่สำคัญในบทเพลงคอนแชร์โตประการหนึ่งคือในท่อนแรกจะมีช่วงก่อนจบท่อนที่บรรเลงเดี่ยวโดยเครื่องดนตรีเดี่ยว เป็นช่วงที่ให้โอกาสผู้บรรเลงเดี่ยวแสดงความสามารถของตนหรือแสดงเทคนิคของเครื่องดนตรีอย่างเด่นชัด ช่วงนี้มีชื่อเฉพาะว่า คาเดนซา (Cadenza) บางครั้งในท่อนอื่ ๆ โดยเฉพาะท่อนที่สามอาจจะมีคาเดนซาด้วย

เครื่องดนตรีที่นิยมเป็นเครื่องดนตรีเดี่ยวสำหรับบทเพลงคอนแชร์โตได้แก่ เปียโนและไวโอลิน ผู้ประพันธ์เช่น โมทซาร์ทเบโธเฟน ไซคอฟสกี ล้วนมีผลงานทั้งเปียโนคอนแชร์โตและไวโอลินคอนแชร์โตที่น่าฟังหลายบทด้วยกัน นอกจากนี้เครื่องดนตรีอื่นสามารถนำมาเป็นเครื่องดนตรีเดี่ยวประชันกับวงออร์เคสตราได้ทั้งสิ้น

สุนทรีย์

สุนทรีย์ของคอนแชร์โตอยู่ที่การผสมผสานของเสียงเครื่องดนตรีเดี่ยวและวงออร์เคสตรา ความโดดเด่นของสีสันเครื่องดนตรีเดี่ยว เทคนิคเฉพาะและฝีมือของผู้บรรเลงเครื่องดนตรีเดี่ยวเป็นความน่าสนใจของเพลงประเภทนี้อย่างยิ่งการฟังทำนองเดิมที่วงออร์เคสตราบรรเลงด้วยเครื่องดนตรีเดี่ยวที่มีลีลาแตกต่างไปทำให้ผู้ฟังสัมผัสถึงความงามที่หลากรูปแบบออกไปบางครั้งการประชันกันของเครื่องดนตรีเดี่ยวและวงออร์เคสตราสร้างความตราตรึงให้กับผู้ฟังเป็นอย่างมาก สอดสลับกับการผสมผสานและความโดดเด่นของวงออร์เคสตราในบางช่วง ทำให้บทเพลงคอนแชร์โตมีเสน่ห์น่าติดตามตั้งแต่ต้นจนจบเพลงพลังของวงออร์เคสตราสามารถเพิ่มขึ้นอีกจากเครื่องดนตรีเดี่ยว ทำให้บทเพลงมีความยิ่งใหญ่ มากยิ่งขึ้นในช่วงคาเดนซาเป็นช่วงที่ผู้บรรเลงเดี่ยวโดดเด่นที่สุดซึ่งเป็นเสน่ห์ล้ำลึกอีกช่วงหนึ่งของบทเพลงประเภทนี้นอกจากนี้ความหลากหลายของท่วงทำนองในแต่ละท่อนที่ผู้ประพันธ์เพลงกลั่นกรองมาเพื่อให้เครื่องดนตรีเดี่ยวและวงออร์เคสตราบบรเลงเป็นความงดงามอีกประการหนึ่งที่ผู้ฟังสามารถสัมผัสได้ สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้คอนแชร์โตเป็นบทเพลงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสุนทรีย์ทางโสตศิลป์ ควรค่าแก่การฟัง และเกิดความซาบซึ้งเป็นอย่างยิ่ง?

XXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXX

บาค (ค.. 1685 ? .. 1750 )

ตัวอย่าง

1.แบรนเดนเบิร์กคอนแชร์โต หมายเลข 2 ในบันไดเสียงเอฟเมเจอร์ ผลงานลำดับที่ 1047 โดย บาค (Brandenburg No.2 in F major, BWV 1047 by Bach)

แบรนเดนเบิร์กคอนแชร์โตหมายเลข 2 เป็นคอนแชร์โตหนึ่งในหกบทที่บาคได้ประพันธ์ไว้เป็นชุดเมื่อปี ค.. 1721 ขณะอายุ 36 ปี ซึ่งเป็นที่นิยมฟังกันมากที่สุดองค์การนาซาได้นำแนวทำนองท่อนที่หนึ่งบรรจุบนแผ่นซีดีส่งขึ้นไปกับยานอวกาศวอยเอเจอร์ในปี ค.. 1977 ร่วมกับข้อมูลอื่น ๆ ที่บ่งบอกถึงความเป็นมนุษยชาติกลุ่มเครื่องดนตรีเดี่ยวสำหรับเพลงบทนี้ประกอบด้วย ฟลู้ตโอโบ ทรัมเป็ต และไวโอลินสำหรัวงที่บรรเลงเป้นวงเครื่องสายออร์เคสตราและฮาร์พซิคอร์ด

Written by Bussaba
 
xxx
 

เรื่องที่เกี่ยวข้องกับ

" เบโธเฟน (ค.ศ. 1770 ? ค.ศ. 1827) "

คำนำ โดย นายประพัฒน์พงศ์ เสนาฤทธิ์
บทนำ
1. ประเภทบทเพลง
2. ซิมโฟนี ( Symphony )
3. ลักษณะเพลงซิมโฟนี
เบโธเฟน (ค.ศ. 1770 ? ค.ศ. 1827)

...

Bussaba Main Story

  นานา Story
  ดนตรีคลาสสิก...บทเพลงและการขับร้อง
  Picture
  รู้หลักธรรม
นี่คือเพื่อนของคุณ Bussaba
 
 
 
 
Copyright (c) 2011 ThailandBand.com. All rights reserved. Design by Thailand Band Group.
...